หลักการบอกขนาดในแบบงานตาม ISO 129-1
การบอกขนาดตาม ISO 129-1 ประกอบด้วยเส้นช่วยบอกขนาด เส้นบอกขนาด หัวลูกศรหรือปลายเส้น และตัวเลขขนาดที่วางเหนือเส้น โดยตัวเลขนิยมสูง 3.5 mm ใช้ Ø กับรูและ R กับส่วนโค้ง แต่ละรูปร่างบอกขนาดเพียงครั้งเดียว บทความนี้อธิบายแต่ละส่วนพร้อมภาพประกอบ และวิธีเลือกระหว่างการบอกขนาดแบบต่อกันกับแบบจากฐาน
ส่วนประกอบของการบอกขนาด
การบอกขนาดหนึ่งตำแหน่งประกอบด้วยสี่ส่วนที่ต้องเขียนให้ถูกพร้อมกัน ถ้าส่วนใดผิด ช่างจะอ่านแบบช้าลง หรือแย่กว่านั้นคืออ่านผิด
1. เส้นช่วยบอกขนาด (extension line)
เป็นเส้นบางต่อออกมาจากขอบหรือจุดที่ต้องการวัด ตั้งฉากกับระยะที่บอก ตามธรรมเนียมจะเว้นช่องว่างเล็กน้อยจากขอบชิ้นงาน และลากเลยเส้นบอกขนาดออกไปประมาณ 2 mm เพื่อให้เห็นชัดว่าเส้นบอกขนาดสิ้นสุดตรงไหน
2. เส้นบอกขนาด (dimension line)
เป็นเส้นบางขนานกับระยะที่วัด ลากระหว่างเส้นช่วยทั้งสอง ควรวางห่างจากขอบชิ้นงานอย่างน้อยประมาณ 8–10 mm บนกระดาษ และถ้ามีหลายเส้นซ้อนกัน ให้เว้นระยะระหว่างแต่ละเส้นเท่า ๆ กัน ห้ามใช้เส้นขอบชิ้นงานหรือเส้นศูนย์กลางเป็นเส้นบอกขนาด
3. ปลายเส้นบอกขนาด (terminator)
งานเครื่องกลนิยมหัวลูกศรปลายแหลมทึบ มุมประมาณ 15–30 องศา ส่วนงานสถาปัตย์นิยมขีดเฉียง 45 องศาหรือจุด ISO 129-1 อนุญาตหลายแบบ แต่ในแบบหนึ่งแผ่นควรใช้แบบเดียวกันทั้งหมด ถ้าระยะแคบจนลูกศรไม่พอที่ ให้กลับหัวลูกศรไปไว้ด้านนอกเส้นช่วย
4. ตัวเลขขนาด
ตัวเลขวางอยู่กลางเส้นบอกขนาด อยู่เหนือเส้นเล็กน้อยโดยไม่แตะเส้น และอ่านได้จากด้านล่างหรือด้านขวาของแผ่นแบบ ความสูงตัวอักษรที่นิยมใช้ในแบบทั่วไปคือ 3.5 mm ซึ่งอยู่ในชุดความสูงมาตรฐานของ ISO 3098 (2.5, 3.5, 5, 7, 10 mm) หน่วยเป็นมิลลิเมตรโดยไม่ต้องเขียน "mm" ต่อท้าย แต่ให้ระบุไว้ใน title block ครั้งเดียว
สัญลักษณ์ที่ใช้คู่กับตัวเลขขนาด
| สัญลักษณ์ | ความหมาย | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| Ø | เส้นผ่านศูนย์กลาง | Ø20 |
| R | รัศมี | R5 |
| SØ / SR | เส้นผ่านศูนย์กลาง/รัศมีทรงกลม | SR10 |
| □ | หน้าตัดสี่เหลี่ยมจัตุรัส | □12 |
| × | ลบมุมหรือจำนวนซ้ำ | 2 × 45°, 4 × Ø6 |
| ( ) | ขนาดอ้างอิง ไม่ใช้ตรวจรับ | (150) |
หลักการใช้ Ø และ R ในทางปฏิบัติคือ วงกลมเต็มวงหรือรูให้บอกเป็น Ø เพราะช่างวัดด้วยเวอร์เนียหรือเลือกดอกสว่านจากเส้นผ่านศูนย์กลาง ส่วนส่วนโค้งที่ไม่ครบวง เช่น มุมมน ให้บอกเป็น R ถ้ามีรูขนาดเดียวกันหลายรู เขียนครั้งเดียวว่า 4 × Ø6 แทนการบอกทุกรู
กฎที่ช่างเขียนแบบมักพลาด
ไม่บอกขนาดซ้ำ
แต่ละรูปร่างควรถูกบอกขนาดเพียงครั้งเดียว ในวิวที่เห็นรูปร่างนั้นชัดที่สุด ถ้าบอกความยาวรวมแล้วยังบอกระยะย่อยครบทุกช่วงอีก จะเกิดขนาดเกินกำหนด (over-dimensioning) เมื่อค่าพิกัดความเผื่อของแต่ละช่วงรวมกันไม่ตรงกับความยาวรวม ช่างจะไม่รู้ว่าต้องยึดตัวเลขไหน ถ้าอยากให้เห็นขนาดรวมเพื่อความสะดวก ให้ใส่วงเล็บเป็นขนาดอ้างอิง เช่น (120)
บอกขนาดครบพอที่จะผลิตได้
ด้านกลับกันคือขนาดไม่ครบ ช่างต้องเอาไม้บรรทัดวัดแบบเอง ทดสอบง่าย ๆ คือ ลองนึกว่าคุณเป็นคนทำชิ้นงานนี้ แล้วไล่ดูว่ารู้ตำแหน่งและขนาดของทุกขอบและทุกรูจากตัวเลขบนแบบหรือไม่
หลีกเลี่ยงการบอกขนาดถึงเส้นประ
เส้นประคือขอบที่ถูกบัง ถ้าต้องบอกขนาดของรูปร่างภายใน ให้ตัดภาพตัด (section) แล้วบอกขนาดบนขอบจริงแทน
บอกขนาดแบบต่อกัน (chain) กับแบบจากฐาน (baseline)
Chain dimensioning คือการบอกระยะต่อกันเป็นช่วง ๆ จากรูหนึ่งไปอีกรูหนึ่ง อ่านง่ายและเหมาะเมื่อระยะห่างระหว่างรูที่อยู่ติดกันสำคัญ แต่มีข้อเสียคือความคลาดเคลื่อนสะสม ถ้าแต่ละช่วงมีพิกัด ±0.1 สี่ช่วงต่อกันตำแหน่งรูสุดท้ายอาจคลาดจากขอบได้ถึง ±0.4
Baseline dimensioning คือการบอกทุกระยะจากขอบอ้างอิงเดียวกัน ความคลาดเคลื่อนไม่สะสม ตรงกับวิธีที่เครื่อง CNC และเลเซอร์ทำงานจากจุดศูนย์ เหมาะกับแผ่นเพลทที่มีรูหลายรูต้องตรงกับชิ้นงานอีกชิ้น ข้อเสียคือเส้นบอกขนาดซ้อนกันหลายชั้นกินพื้นที่ ทางแก้คือบอกแบบพิกัดสะสม (running dimension) ใช้เส้นเดียวมีตัวเลขบอกระยะจากศูนย์ที่แต่ละจุด
บอกตำแหน่งรูและมุม
ตำแหน่งรูให้บอกระยะถึงจุดศูนย์กลางรูเสมอ ไม่ใช่ถึงขอบรู เพราะช่างจะมาร์กจุดศูนย์กลางแล้วเจาะ หรือเครื่อง CNC จะวิ่งไปที่พิกัดศูนย์กลาง รูที่เรียงเป็นวงบนหน้าแปลนให้บอกเส้นผ่านศูนย์กลางวงพิทช์ (PCD) พร้อมจำนวนรูและมุมระหว่างรู แทนการบอกพิกัด X, Y ทีละรู
ขนาดมุมเขียนเป็นองศา ใช้เส้นบอกขนาดเป็นส่วนโค้งที่มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่จุดยอดมุม ส่วนการลบมุมขอบ 45 องศา นิยมเขียนรวมกันสั้น ๆ เช่น 2 × 45° หมายถึงลบมุมยาว 2 mm ที่ 45 องศา ถ้าเป็นมุมอื่นที่ไม่ใช่ 45 องศา ให้บอกระยะและมุมแยกกัน
บอกขนาดใน DXCAD2D Online
- วาดชิ้นงานด้วยขนาดจริง เช่น กด R พิมพ์
120,80Enter - สร้างเลเยอร์
DIMในแผงเลเยอร์ (แถบขวา) แล้วเลือกเป็นเลเยอร์ปัจจุบัน เพื่อแยกเส้นบอกขนาดออกจากเส้นชิ้นงาน - เปิด F3 OSNAP กด D คลิกจุดเริ่มและจุดสิ้นสุดที่มุมชิ้นงาน แล้วลากเมาส์ออกไปวางเส้นบอกขนาดห่างจากขอบ
- กด Tab ระหว่างวางเส้นบอกขนาด เพื่อสลับแนวนอน แนวตั้ง และแนวเฉียง
- สำหรับรู ใช้ข้อความชี้ (LE) เขียนกำกับ เช่น
4 × Ø6 - แบบสเปกที่รวมขนาดไว้ในตาราง ให้เส้นบอกขนาดแสดงตัวอักษร A, B, C แทนตัวเลขได้ ดูการตั้งชื่อจุดวัดและตารางขนาด
- เวลาส่งออก DXF เพื่อนำไปตัด ให้ซ่อนหรือแจ้งร้านว่าเลเยอร์ DIM ไม่ต้องตัด
ลองทำตามได้ทันที เปิดโปรแกรมเขียนแบบ 2D บนเบราว์เซอร์ ฟรี ไม่ต้องติดตั้ง ไม่ต้องสมัคร
เปิด DXCAD2D Onlineสรุป
แบบที่บอกขนาดดีคือแบบที่ช่างอ่านแล้วทำได้โดยไม่ต้องถาม เส้นช่วยและเส้นบอกขนาดต้องเป็นเส้นบาง ตัวเลขสูง 3.5 mm วางเหนือเส้น ใช้ Ø กับรูและ R กับส่วนโค้ง แต่ละรูปร่างบอกขนาดครั้งเดียว และเลือก baseline เมื่อตำแหน่งเทียบกับขอบอ้างอิงสำคัญ ส่วนรายละเอียดเชิงลึก เช่น การบอกขนาดมุม ส่วนโค้ง และพิกัดความเผื่อ ให้ดูมาตรฐาน ISO 129-1 และ ISO 2768 ประกอบ